รีวิวถนนโบราณจินหลี่

รีวิวถนนโบราณจินหลี่

ถนนโบราณจินหลี่ (Jinli Ancient Street) ถนนสายนี้มีความยาวประมาณ 550 เมตร และตั้งอยู่ติดกับศาลเจ้าสามก๊ก หรือศาลเจ้าขงเบ้ง ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารไม้สไตล์จีนดั้งเดิมที่จำลองกลิ่นอายมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง ประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดง ให้บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในยุคสามก๊ก ซึ่งเหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูปอย่างมาก 

นอกจากจะมีของกินอร่อยๆแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมของฝากที่สะท้อนเอกลักษณ์ของมณฑลเสฉวนได้เป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมอย่างมากในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน สามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งวัน แต่ช่วงเย็นถึงค่ำจะเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมและสวยงามเป็นพิเศษ เนื่องจากอาคารและร้านค้าต่างๆ จะพร้อมใจกันเปิดโคมไฟสีแดงสว่างไสวตลอดทาง ได้บรรยากาศที่คลาสสิกและโรแมนติก

 

ศาลเจ้าอู่โหว (Wuhou Shrine) หรือศาลสามก๊ก ตั้งอยู่ติดกับถนนโบราณจินหลี่ เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับขงเบ้ง (จูกัดเหลียง) รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ และเล่าปี่ ปฐมกษัตริย์แห่งจ๊กก๊ก ภายในอาณาบริเวณอันกว้างขวาง ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้เก่าแก่และสวนไผ่ นักท่องเที่ยวจะได้ชมรูปปั้นปูนปั้นของบุคคลสำคัญในวรรณกรรมสามก๊กกว่า 50 องค์ เช่น กวนอู และเตียวหุย รวมถึงไฮไลต์สำคัญอย่าง 'กำแพงแดง' (Red Wall) ที่ทอดยาวคดเคี้ยวสวยงาม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินชมสถาปัตยกรรมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

 

เนื่องจากเฉิงตูคือเมืองหลวงของแพนด้า ตลอดทั้งถนนจินหลี่จึงเต็มไปด้วยสินค้าลายแพนด้าแทบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ตุ๊กตาแพนด้าขนนุ่ม, พวงกุญแจ, กระเป๋าผ้า, ที่คาดผม, แก้วน้ำ ไปจนถึงเสื้อยืดลายแพนด้าสุดน่ารัก เหมาะสำหรับเป็นของฝากให้เด็กๆ หรือเพื่อนฝูง

 

ถนนโบราณจินหลี่ เป็นพื้นที่ที่รวบรวมวัฒนธรรมการกินที่จัดจ้าน และงานฝีมือท้องถิ่นอันประณีตไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เป็นจุดหมายที่พร้อมให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับรสชาติและเรื่องราวของเฉิงตูได้อย่างลึกซึ้ง

ของฝากที่ห้ามพลาด เมื่อไปเยือน ถนนโบราณจินหลี่

สำหรับผู้ที่มองหาของฝากอันทรงคุณค่า ขอแนะนำ 'ชาจู๋เย่ชิง' (Zhuyeqing) ชาเขียวขึ้นชื่อของมณฑลเสฉวนที่ปลูกบนภูเขาเอ๋อเหมย (เขาง้อไบ๊) ใบชาถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถันจนมีรูปทรงเรียวยาวดั่งใบไผ่ ให้รสชาติที่กลมกล่อมและกลิ่นหอมสดชื่น บรรจุในกล่องสวยงาม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นของขวัญเพื่อสุขภาพแด่ผู้ใหญ่หรือคนที่ท่านรัก การมอบชาเป็นของฝากถือเป็นการส่งมอบความปรารถนาดีและสุขภาพที่ดีตามธรรมเนียมจีน อีกทั้งยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมการดื่มชาที่หยั่งรากลึกในวิถีชีวิตของชาวเฉิงตู

 

ซอสเต้าเจี้ยวเสฉวน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ผีเซี่ยนโต้วป้านเจี้ยง (Pixian Doubanjiang) ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของวัฒนธรรมอาหารเมืองเฉิงตู จนได้รับฉายาว่าเป็น "จิตวิญญาณแห่งอาหารเสฉวน" (The Soul of Sichuan Cuisine)

ซอสชนิดนี้ทำมาจากการหมักถั่วปากอ้า (Broad beans) พริกสด เกลือ และแป้งสาลี หมักบ่มด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมนานหลายเดือนจนถึงหลายปี ยิ่งหมักนานรสชาติยิ่งลุ่มลึกและมีสีเข้มข้น เป็นวัตถุดิบหลักที่ขาดไม่ได้ในเมนูชื่อดังอย่าง เต้าหู้หม่าผ่อ (Mapo Tofu) และ หมูผัดซอสเสฉวน (Twice-cooked Pork)

 

พริกไทยเสฉวน (ฮวาเจียว) ต้นกำเนิดความชาลิ้นแห่งรสชาติหม่าล่า หากคุณหลงใหลในเสน่ห์ของอาหารเสฉวน 'ฮวาเจียว' หรือพริกไทยเสฉวน คือของฝากที่ต้องมีติดกระเป๋ากลับไป เครื่องเทศชนิดนี้คือหัวใจสำคัญที่มอบความรู้สึกชาลิ้นอันเป็นเอกลักษณ์ หรือที่ชาวจีนเรียกว่ารส 'หม่า' มีให้เลือกทั้งแบบสีแดงที่ให้กลิ่นหอมลุ่มลึก และแบบสีเขียวที่โดดเด่นเรื่องความหอมสดชื่นและชาที่หนักหน่วงกว่าแบบแดง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับซื้อกลับไปปรุงเมนูสุกี้หม่าล่า หรือหมูผัดสไตล์เสฉวนที่บ้าน

 

พัดจีบไม้แกะสลัก มักทำจากไม้หอม เช่น ไม้จันทน์ (Sandalwood) หรือไม้ชนิดอื่น ๆ โดยจะมีการแกะสลักฉลุลายอย่างประณีตบนก้านพัด ซึ่งมักเป็นลวดลายมงคล ทิวทัศน์ หรือตัวอักษรจีน บางครั้งอาจมีการเขียนภาพหรืออักษรวิจิตรลงบนตัวพัดด้วย ราคาจะแตกต่างกันไปตามวัสดุและขนาด การแกะสลักลวดลายอย่างวิจิตรบรรจง โดยทั่วไปจะอยู่ระหว่างหลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาท

หวีไม้แกะสลัก ส่วนใหญ่งานประดิษฐ์จากไม้จันทน์หอมหรือไม้พีช แกะสลักเป็นรูปนก ดอกไม้ หรือลวดลายสิริมงคลต่างๆ คุณสมบัติพิเศษของหวีไม้แท้คือช่วยลดการเกิดไฟฟ้าสถิตเวลาหวีผม ไม่ขูดทำร้ายหนังศีรษะ และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ช่วยให้ผ่อนคลาย นอกจากนี้ ในวัฒนธรรมจีน การมอบหวีให้แก่กันยังเป็นสัญลักษณ์แทนความรัก ความห่วงใย และความปรารถนาดีให้อายุยืนยาว

 

"ถนนโบราณจินหลี่" ยังเป็นแหล่งรวมสตรีทฟู้ดที่พลาดไม่ได้มากมาย

ของกินสไตล์เสฉวนที่จัดจ้านทั้งสีสันและรสชาติ

ท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิกของอาคารไม้โบราณและแสงโคมแดง 

หม้อไฟเสฉวน (Sichuan Hotpot) คือสัญลักษณ์แห่งวัฒนธรรมการกินที่หยั่งรากลึกในเฉิงตู จุดเด่นที่ทำให้หม้อไฟของที่นี่ไม่เหมือนใครคือน้ำซุปสีแดงเข้มข้น ซึ่งเคี่ยวจากพริกแห้ง ฮวาเจียว ซอสเต้าเจี้ยว และน้ำมันวัว (Beef Tallow) จนได้กลิ่นหอมเตะจมูกและรสชาติ 'หม่าล่า' ที่ทั้งเผ็ดและชาลิ้นอย่างลงตัว นิยมทานคู่กับวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างเนื้อวัวสไลด์บาง เครื่องใน ผ้าขี้ริ้ว เส้นมันหนึบ และผักสด การได้นั่งล้อมวงคีบเนื้อจุ่มซุปร้อนๆ ท่ามกลางบรรยากาศของเมืองเฉิงตู ถือเป็นมื้ออาหารที่เติมเต็มการเดินทางได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

ซุปขาหมูตุ๋น เหล่ามาถีฮวา (Lao Ma Ti Hua) เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารท้องถิ่นของเฉิงตูที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และถือเป็นเมนูที่ช่วย "ดับความเผ็ดร้อน" จากการทานหม่าล่าได้อย่างยอดเยี่ยม ความพิเศษอยู่ที่การนำขาหมูไปเคี่ยวด้วยไฟอ่อนเป็นเวลานานพร้อมกับถั่วขาว จนได้น้ำซุปสีขาวนวลที่หอมหวานและอุดมไปด้วยคอลลาเจน ส่วนเนื้อขาหมูนั้นเปื่อยนุ่มจนหลุดออกจากกระดูกแทบจะละลายในปาก โดยชาวเฉิงตูนิยมทานคู่กับน้ำจิ้มพริกเผ็ดสไตล์เสฉวนเพื่อตัดเลี่ยน ถือเป็นเมนูที่ทานง่ายและช่วยปรับสมดุลให้กระเพาะอาหารได้อย่างลงตัว

 

หอยนางรมย่างเตาถ่าน ตัวหอยนางรมสดๆ จะถูกนำมาย่างบนเตาถ่านร้อนๆ พร้อมใส่ วุ้นเส้นจีน เส้นเหนียวนุ่มไว้ด้านล่าง เพื่อให้ดูดซับน้ำซุปและรสชาติความหวานของหอย ด้านบนจะโปะด้วยกระเทียมสับและกระเทียมดองเจียวจนหอม พริกแดงสับ ต้นหอม และราดด้วยน้ำมันปรุงรสสูตรเฉพาะ บางร้านอาจเพิ่มรสชาติด้วยซอสเต้าเจี้ยวหรือพริกหม่าล่าเล็กน้อย ได้ความหอมของกระเทียมเจียวเตะจมูก ผสานกับความเผ็ดร้อนเบาๆ และรสชาติกลมกล่อมเข้ากันได้ดีกับตัววุ้นเส้นและเนื้อหอยนุ่มๆ

 

กลิ่นหอมที่มักจะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวต้องหยุดแวะคือกลิ่นของ เบอร์เกอร์เนื้อสไตล์จีน 'หนิวโร่วปิ่ง' (Niurou Bing) ความอร่อยของเมนูนี้อยู่ที่ตัวแป้งที่นำไปทอดบนกระทะแบนจนได้ความกรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ด้วยเนื้อวัวสับผสมต้นหอมและเครื่องเทศจีนที่หมักจนเข้าเนื้อ เมื่อกัดเข้าไปจะได้สัมผัสถึงความฉ่ำของเนื้อและกลิ่นหอมเครื่องเทศ เป็นสตรีทฟู้ดที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการซื้อถือรองท้องระหว่างเดินเล่นถ่ายรูป

 

ยำเนื้อและเครื่องในวัวสไตล์จีนเสฉวน (ฟู่ฉีเฟยเปียน (Fuqi Feipian)  เป็นหนึ่งในเมนูออเดิร์ฟเย็น (Cold Appetizer) ระดับตำนานที่โด่งดังที่สุดของเมืองเฉิงตู เมนูนี้ไม่เพียงแต่มีรสชาติที่จัดจ้านครบเครื่อง เมนูเรียกน้ำย่อยที่ชาวเฉิงตูภูมิใจนำเสนอ ต้องยกให้ 'ฟู่ฉีเฟยเปียน' (Fuqi Feipian) ซึ่งมีที่มาจากคู่สามีภรรยาผู้คิดค้นสูตรในยุค 1930 แม้ชื่อจะระบุว่าเป็นปอด แต่ปัจจุบันนิยมใช้เนื้อวัว ลิ้นวัว หัวใจ และผ้าขี้ริ้ว นำมาต้มจนนุ่มแล้วสไลด์เป็นแผ่นบางๆ คลุกเคล้ากับซอสน้ำมันพริกเสฉวน ฮวาเจียว (พริกไทยเสฉวน) ถั่วลิสงคั่ว และผักชี เมนูนี้เสิร์ฟแบบเย็น ให้รสสัมผัสที่หลากหลาย ทั้งความนุ่ม กรุบกรอบ ผสานกับรสชาติเผ็ด ชา และหอมมัน

 

ปิ้งย่างเสียบไม้สไตล์จีนเสฉวน เอกลักษณ์ของปิ้งย่างที่นี่คือการนำวัตถุดิบหลากหลายชนิด ทั้งเนื้อวัว หมูสามชั้น ปลาหมึก เห็ด และผักสด ไปย่างบนเตาถ่านร้อนๆ จนสุกหอม จากนั้นโรยด้วยผงพริกหม่าล่าและยี่หร่า (Ziran) อย่างจุใจ ให้รสชาติเค็ม เผ็ด ชา และหอมกลิ่นเครื่องเทศอย่างชัดเจน เป็นเมนูสตรีทฟู้ดที่สะท้อนวัฒนธรรมการกินท้องถิ่น และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับถือเดินทานเพลินเพลินพร้อมเดินชมแสงสียามค่ำคืน

 

บะหมี่ตันตัน (Dan Dan Noodles) คือหนึ่งในเมนูที่นักเดินทางนิยมลิ้มลอง ชื่อของเมนูนี้มีที่มาจากพ่อค้าในอดีตที่ใช้คานหาบ (ตัน) เดินขายไปตามท้องถนน เสน่ห์ของบะหมี่ชามนี้อยู่ที่เส้นเหนียวนุ่ม คลุกเคล้ากับซอสสูตรเข้มข้นที่ทำจากน้ำมันพริกเสฉวน หมูสับรวน ถั่วลิสงคั่วบด และผักดองหยาไช่ ให้รสชาติที่ผสมผสานทั้งความเผ็ดร้อน ความชาลิ้น และความหอมมันได้อย่างลงตัว โดยร้านบนถนนจินหลี่มักจะเสิร์ฟในชามขนาดเล็กกะทัดรัด ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสั่งมาทานรองท้อง เพื่อเก็บพื้นที่ไว้ชิมเมนูสตรีทฟู้ดอื่นๆ ต่อไป

 

เต้าหู้หม่าผ่อ (Mapo Tofu) หัวใจสำคัญของจานนี้อยู่ที่การนำเต้าหู้อ่อนเนื้อเนียนละเอียด ไปฉาบด้วยซอสที่เคี่ยวจากเต้าเจี้ยวเสฉวน (Pixian Doubanjiang) พริกแห้ง ฮวาเจียว และเนื้อสับ (หมูหรือวัว) รสชาติที่ได้จะมีความซับซ้อน ทั้งความเผ็ดร้อน ความรู้สึกชาลิ้น ความเค็มกลมกล่อม และความมันวาวจากน้ำมันพริก ถือเป็นเมนูพื้นฐานที่หารับประทานได้ง่ายตามร้านอาหารท้องถิ่นบนถนนจินหลี่ และเป็นจานที่เข้ากับข้าวสวยร้อนๆ ได้เป็นอย่างดี

 

เกี๊ยวน้ำสไตล์เสฉวน (หลงเชาโส่ว Long Chao Shou)  ถือเป็นเมนูอาหารว่างและสตรีทฟู้ดระดับตำนานของเมืองเฉิงตูที่นักเดินทางต่างต้องแวะเวียนมาลิ้มลอง เมนูนี้โดดเด่นด้วยแป้งบางนุ่มและไส้ที่อัดแน่น เป็นเมนูที่ทานง่ายและถูกปากชาวไทยเป็นอย่างมาก คำว่า 'เชาโส่ว' เป็นภาษาถิ่นของเสฉวนที่ใช้เรียกเมนูเกี๊ยวน้ำ เอกลักษณ์ของหลงเชาโส่วคือแผ่นแป้งที่รีดจนบางเฉียบแต่เหนียวนุ่ม ห่อหุ้มไส้หมูสับปรุงรสที่นุ่มละมุนลิ้น ความตื่นเต้นของการทานเมนูนี้คือคุณสามารถเลือกน้ำซุปได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นซุปกระดูกหมู (ชิงถัง) สีขาวนวลที่เคี่ยวจนหอมหวานซดคล่องคอ  เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ทานเผ็ด ผู้สูงอายุ หรือเด็กๆ  เพราะรสชาติกลมกล่อม ทานง่าย และช่วยให้กระเพาะอาหารได้พักจากรสจัดจ้านของมื้ออื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

 

ข้าวโพดย่างคลุกชีสและพริก (Grilled Corn with Cheese and Chili) สัมผัสรสชาติความอร่อยที่แปลกใหม่กับเมนูฟิวชันที่นำความหวานของข้าวโพดย่างเตาถ่านร้อนๆ ผสานเข้ากับความมันนัวของชีส และตัดเลี่ยนด้วยผงพริกสไตล์เสฉวน อร่อยเคี้ยวเพลินจนหยุดไม่ได้

 

ข้าวเหนียวสับปะรด (Boluo Nuomifan) หรือ "โปหลัวหนัวหมี่ฟ่าน" เป็นเมนูของหวานและสตรีทฟู้ดที่โดดเด่นมากบนถนนโบราณจินหลี่ หลังจากจัดเต็มกับสตรีทฟู้ดรสจัดจ้านสไตล์เสฉวนแล้ว ของหวานล้างปากที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนถนนจินหลี่คือ 'โปหลัวหนัวหมี่ฟ่าน' (Boluo Nuomifan) หรือข้าวเหนียวสับปะรด เมนูนี้คือการนำข้าวเหนียวไปคลุกเคล้ากับเนื้อสับปะรด ลูกเกด พุทราจีน และเก๋ากี้ นำไปนึ่งในลูกสับปะรดสดจนสุกนุ่ม ทำให้ข้าวเหนียวดูดซับความหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมของผลไม้ไว้อย่างเต็มเปี่ยม นอกจากรสชาติจะอร่อยชุ่มฉ่ำช่วยลดความเลี่ยนได้เป็นอย่างดีแล้ว หน้าตาที่เสิร์ฟมาในลูกสับปะรดสดยังเป็นไอเทมถ่ายรูปที่น่ารักและเข้ากับบรรยากาศการเดินเที่ยวอีกด้วย

 

พุดดิ้งไข่ ที่ซ่อนตัวอยู่ตามถนนโบราณ เนื้อพุดดิ้งเนียนนุ่ม เด้งดึ๋ง ละลายในปาก ความหอมละมุนของไข่และนม ยิ่งได้ทานอุ่นๆ ท่ามกลางอากาศเย็นๆ หรือใช้กินแก้เผ็ดชาหลังจากจัดเต็มมื้อหลัก

ทาร์ตไข่ อบสุกใหม่ๆ จากเตา เป็อีกหนึ่งสตรีทฟู้ดที่พลาดไม่ได้ ทีเด็ดอยู่ที่แป้งพายบางกรอบ สอดไส้คัสตาร์ดไข่สีเหลืองทองสุดเข้มข้น หอม หวาน มัน แบบเยิ้มๆ เต็มคำ... ซื้อเดินทานร้อนๆ พร้อมชมวิวสถาปัตยกรรมจีนโบราณ ทำให้รู้สึกมีความสุขและผ่อนคลาย

 

บัวลอย (ล่ายทังหยวน Lai Tangyuan) เป็นเมนูขนมหวานระดับตำนานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน บัวลอยเสฉวนสูตรดั้งเดิม แป้งข้าวเหนียวนุ่มหนึบสอดไส้งาดำหอมหวานกำลังดี เสิร์ฟในน้ำซุปร้อนๆและมักจะถูกเลือกให้เป็นเมนูปิดท้ายมื้ออาหารเพื่อล้างความเผ็ดชาของอาหารเสฉวน

 

กลิ่นหอมของเครื่องเทศสไตล์เสฉวน แสงสีแดงจากโคมไฟที่สะท้อนตลอดสองฝั่งทาง

รอยยิ้มของผู้คน ทำให้จินหลี่ในยามค่ำคืนมีชีวิตชีวาเกินกว่าจะบรรยายผ่านรูปถ่ายได้หมด...

เตรียมท้องให้ว่าง เตรียมกล้องให้พร้อม แล้วไปลุย "โบราณจินหลี่" กันเถอะ!!!

📞 สนใจจองหรือทัวร์ทั้งในและต่างประเทศหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร : 062-492-9922, 097-138-9465, 092-387-1742, 095-031-6887

Line : @doubleshine

Facebook : Double Shine Travel

Websitewww.doubleshinetravel.com

TikTok : Double_Shine_Travel

 

 

 

 

 

 

 

โปรแกรมทัวร์แนะนำ

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
Share on social networks

โปรแกรมทัวร์แนะนำ

ใบอนุญาต 11/12751
ใบอนุญาต 11/12751
ใบอนุญาต 11/12751
ใบอนุญาต 11/12751
ใบอนุญาต 11/12751
ใบอนุญาต 11/12751
ใบอนุญาต 11/12751
ใบอนุญาต 11/12751
ติดต่อสำนักงาน
บริษัท ดับเบิล ชายน์ ทราเวล จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/12751

เลขที่1 อาคารศูนย์การค้าฟอร์เรส ห้องเลขที่ C203 ซอย พุทธบูชา2 ถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150

จันทร์-ศุกร์ 9.00 - 18.00 น
บริการของเรา
บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทำVISA
บริการจัดนำเที่ยวต่างประเทศ
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
บริการเช่ารถตู้ รถบัสโดยสาร
บริการจัดอบรมประชุมสัมมนา
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา